TIMELESS
2007-01-21 00:00:00
ตอนแรกตั้งใจจะมาเขียนเรื่องที่ไปเที่ยวมาให้จบ เพราะเหลือแค่ช่วงเวลาที่อยู่เชียงใหม่แค่เรื่องเดียว แต่พอที่จะลงมือเขียนกลับรู้สึกว่าตัวเองไม่พร้อมที่จะเล่าเรื่องนั้นเท่าไหร่ อารมณ์ก็ค่อนข้างเบื่อๆเลยยังไม่ขอพูดถึงดีกว่า เอาเป็นว่า ถ้าวันไหนมีความรู้สึกว่าอยากจะพูดถึงช่วงเวลานั้นๆค่อยจะกลับมาเขียนอีกทีแล้วกัน
เมื่อวันก่อนเช่าหนังมา 5เรื่องด้วยกัน วันนี้เลยไม่ได้ออกไปไหนก็นั่งเอาหนังที่เช่ามานั้นแหละดู ดูไป3เรื่องแล้วก็สนุกใช้ได้นะ เรื่องแรกที่ดูคือ เรื่อง Meet The Fockers เรื่องต้อมาก็ Meet the Parents อยู่เรื่องนี้เป็นหนังภาคต่อของกันและกัน โดยเรื่อง Meet The Parents คือภาคแรก (แต่เราดูที่หลัง) ส่วนเรื่อง Meet The Fockers เป็นภาคสอง (แต่เราดูก่อน) ทั้งสองเรื่องสนุกใช้ได้ทั้งขำ ทั้งซึ้งชอบเหมือนกันเราเองไม่น่าพลาดเลยตอนที่มันฉายในโรงไม่งั้นคงจะได้อรรถรสมากกว่านี้แน่ๆ
ล่าสุดพึ่งไปดูหนังเรื่อง นเรศวรมา อันที่จริงดูตั้งแต่วันแรกที่เข้าฉายแล้วล่ะคือวัน พฤหัสฯที่ 18 ดูรอบทุ่มกว่าๆ อยากจะบอกว่า ตลกมา ดูที่ เดอะมอลล์ บางแค แถวๆบ้าน ได้ตั๋วรอบ 1ทุ่มครึ่ง พอทุ่มกว่าเราก็เดินเข้าโรงไปก่อน เพราะไม่รู้จะทำไรด้านนอก แต่ดันเข้าไปผิดโรงในตั๋วบอกว่าโรง 5แต่เราเข้าไปโรงแปด แล้วนั่งดูหนังตัวอย่างไปแป๊บนึงแล้วหนังจริงเริ่มฉายแต่เราเริ่มงง เอ๊ะ ทำไมมันฉายหนังเรื่อง Blood Diamonds ว่ะ งงใหญ่ เราก็เข้าโรงถูกนี่หว๋า ในตั๋วก็บอกว่าเรื่องนเรศวรนิ (ยังไม่รู้ตัวอีก) เลย เริ่มเอะใจเดินออกจากโรงมา แหงนหน้ามองดูป้ายโรงเออ...กูผิดเอง นี่มันโรง 8 ขอโทษคร๊าบบบบบ
สำหรับหนังเรื่องนเรศวร ก็สนุกดีนะดูได้เพลินๆดี ถึงแม้จะไม่ดีมากแต่ก็พอได้ ใครว่างก็อยากให้ไปดูกันเยอะๆนะครับ ภาค 2 ออกมาคงจะรีบไปดูแต่วันแรกเหมือนกันแหละ ช่วงนี้มีหนังหลายเรื่องที่อยากดูแล้วยังไม่ได้ดู ทั้งเรื่อง Black Dahlia และ Perfume แต่ไม่รู้จะมีเวลาไปดูหรือเปล่า? เพราะว่ามันใกล้จะออกแล้วถ้าจะดูก็ต้องไปถึงสยามนู้นแหนะ เราเองก็ไม่รู้ว่ามันเข้านานแล้วก็เลยไม่ได้เอะใจ คือช่วงสัปดาห์แรกที่เข้าคือช่วงที่เราไปอยู่ที่ปาย และเชียงใหม่นั้นเอง ยังไงก็ไม่ขอพลาดล่ะกันจะพยายามหาเวลาว่างไปดูให้ได้ แน่ๆ ไม่อยากจะพลาดหนังที่อยากดูอีก เดี่ยวจะเสียดายอีก ดู ซีดีก็ไม่รู้สึกเหมือนดูในโรงนะ ชอบบรรยากาศในโรงหนังมากกว่า
¤ ¤ ¤ ¤ ¤ ¤ ¤ ¤
สำหรับตัวเราเองในตอนนี้ตอนแรกนึกว่าหลังจากกลับจากเที่ยวแล้วจะรู้สึกว่าจะขยันและมีแรงใจที่จะกระตือรือร้นทำนั้นทำนี่มากกว่าเดิมเสียอีกแต่ทีไหนได้กลับรู้สึกว่าตัวเองขี้เกียจเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าตัวเลยทีเดียว ไม่อยากจะทำอะไร และยังไม่มีอะไรที่อยากจะทำวักอย่างเลย ชักเริ่มกังวลกับตัวเองนิดหน่อว่าถ้าเราขืนเป็นแบบนี้คงจะไม่ดีต่อตัวเราเองแน่ๆ เราเองก็ใช่ว่าจะเป็นเด็กอีกต่อไปแล้ว อายุก็มากขึ้นเรื่อยแล้ว เพื่อนเราอายุรุ่นราวคราวเดียวกันกับเราก็พากันแต่งงานมีครอบครัวไปเยอะแล้วเหมือนกัน แต่เรายังไม่มีอะไรเลย มีคนบางคนตั้งคำถามกับเราว่า "เราเป็นแบบนี้แล้วใครจะกล้าที่จะฝากความหวังด้วยล่ะ" (ประมาณว่า ถ้าตัวไร้สาระแบบนี้ใครจะเอามึงเป็นแฟนว่ะ?) อืม มันก็ทำให้เราหยุด และคิดและก็ตอบคำถามส่งเดชไปก่อน คำถามเหมือนจะไม่มีอะไร แต่ทำให้เราฉุกคิดเหมือนกันว่า เอ... ทำไมเรายังรักที่จะเป็นแบบนี้แต่จิตใจยังโหยหาความรัก อยากที่จะมีแฟนอยู่เรื่อยไปหรือว่าแท้จริงแล้วเรายังไม่พร้อมที่จะคบกับใครหรือเปล่า? เราเองก็ตอบตัวเองได้ไม่ชัดเจนเท่าไหร่ นัก
ถ้าจะให้ตอบตรงๆ แล้วถามเราว่าเราอยากมีคนรักไหม? เราก็จะตอบได้เลยนะว่าเราอยากมี แต่ถ้าถามต่อไปว่า เราพร้อมที่จะดูแลเขาหรือไม่ ? เราเองถ้าให้ตอบตรงๆก็คงจะบอกว่าไม่พร้อมนะ เพราะเราเป็นคนที่ไม่มีอะไรเลยในชีวิต ณ ขณะนี้ และอีกอย่างตอนนี้เรายังไม่มีใครแบบนั้นด้วยแต่ถ้า ณ เวลาตรงนี้ มีคนๆนั้นจริง บอกว่ารักเราและ อยากจะอยู่กับเราจริงๆ คำตอบมันก็คงจะไม่แตกต่างจากเดิมเพราะเราคือคนๆเดิม แต่ที่จะเปลี่ยนไปก็คือ "ฉันรักเธอ เธอรักฉัน เรารักกัน และฉันพร้อมที่จะทำทุกอย่างเพื่อให้เธอมีความสุข เพราะความสุขของเธอก็คือความสุขของฉันและฉันจะทำให้มันดีที่สุด" ก็แค่นั้นเอง
ชอบเพลงนี้จัง ฟังไม่ออกหรอกแต่ชอบ ชื่อเพลงว่า Timeless