Do Nothing In Pai ตอนที่ 1
2007-01-17 00:00:00
กลับมาแล้วครับ สำหรับการเดินทาง ปาย-เชียงใหม่ แบบลำพังแบบเหงาๆครับแต่ว่าการเดินทางก็เต็มเปี่ยมไปด้วยประสบการณ์ดีและแปลกที่ไม่เคยเจอมาก่อน ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่เป็นการเดินทางไปไหนที่ไกลๆ เป็นที่ต่างถิ่น และอยู่หลายวันคนเดียว จุดเริ่มต้นของ ทริปนี้เริ่มต้นจากได้อ่านบันทึกท่องเที่ยวในเวบของคนๆนึงเป็นเรื่องราวที่เขาเดินทางคนเดียวไปหลวงพระบางแล้วเจอะเจอคนมากมายและเกิดเป็นมิตรภาพดีๆขึ้นมา ทำให้เรารู้สึกอยากจะไปแบบนั้นมั่ง แบกเป้เดินทางคนเดียว นั้นแหละคือจุดเริ่มต้น ทำให้หลวงพระบางเป็นเมืองที่อยากจะเดินทางไปสัมผัสที่สุด และนอกจากนี้ยังมี ปาย อีกที่ที่อยากจะไป บังเอิญว่า วางแผนไว้ก็ไม่เคยจะได้ไปเสียที และก่อนวันที่จะเดินทางแค่ 2วันจู่ก็คิดว่า ถ้าเราไม่ไปแล้วเราจะได้ไปตอนไหนก็เลยรวบรวมงินเก็บของและเดินทางทันที โดยเลยเลือกที่จะไปปายเพราะเงินที่มีถ้าไปหลวงพระบางคงไม่มีเงินกลับแน่ๆ
10.01.2007
ออกเดินทางตอนค่ำ ของวันพุธที่ 10 เดินทางโดยรถทัวร์ ใช้บริการ สมบัติทัวร์ ค่ารถ 518 บาท ถึง สถานีอาเขตจังหวัดเชียงใหม่
11.01.2007
ถึงสถานีอาเขตจังหวัดเชียงใหม่ตอนเช้าตรู่ แยกย้ายกับเพื่อน เพื่อนจะไปเที่ยวเชียงใหม่ ส่วนเรา หารถไป ปาย จ.แม่ฮ่องสอน ต่อ ได้นั่งรถตู้ จากอาเขต ราคาตั๋ว 150 บาท ใช้เวลาเดินทาง ประมาณ 4 ชั่วโมงเลยทีเดียว
ถึงปายตอนประมาณ 11โมงจัดการเช่ารถมอเตอร์ไซค์ ขับตระเวนหาที่พักและสำรวจเส้นทางในตัวเมืองปาย ค่าเช่ามอเตอร์ไซค์ 100 บาท ค่าประกัน อุบัติเหตุและ ประกันรถเสียหาย 80บาท รวมแล้ว 180 บาท จากนั้นก็หาที่พักและกินข้าวมื้อแรกที่ ปาย
ได้ที่พักที่บ้านต้นสา อยู่ในเมืองราคาไม่แพงห้องน้ำสะอาด ราคาคืนละ 200 บาทเลยตกลงเอาที่นี่แหละ อยู่ในเมืองด้วย คงจะหาอะไรกินง่ายดี จากนั้นก็พักผ่อนและออกสำรวจรอบเมืองปาย แล้วก็หมดไปอีกวัน
12.01.2007
หลังจากรู้ว่าเมืองปายเล้กนิดเดียวเลยเปลี่ยนจากเช่มอเตอร์ไซค์มาเป็นเช่าจักรยานแทนเพราะว่าถูกดีแถมยังปลอดภัยด้วยเพราะคราวทีไปเที่ยวเกาะช้างเคยขี่มอเตอร์ไซค์ตกเขาเลยกล้าๆกลัว และวันนี้มีโปรแกรมไปเดินป่า จะไปน้ำตกแม่เย็นแต่อาหาศเย็นชื่นใจเหลือนเกินนอนขี้เซาไปหน่อย กว่าจะ ออกจากที่พักได้ก็ ปาไปบ่าย2ครึ่ง จากนั้นก็ ปั่นจักรยานไปยังจุดหมายปลายทางทันที ตอนแรกนึกว่าจะปั่นจักรยานถึงน้ำตกเลยแต่ที่ไหนได้ต้องเดินเท้าไม่ต่ำกว่า 5 กิโล
ตอนที่เริ่มเดินก็ บ่าย3ล่ะ เราก็นึกว่าใกล้ๆเดินสบายไม่ต้องบุกป่าฝ่าดงอะไรมากนักแต่ที่ไหนได้ ทั้งลุยน้ำลุยป่ารวมทั้งโคลนอีกด้วยสุดๆไปเลยทีเดียว แต่อีกมุมก็สนุกเหมือนกันนะ ตอนแรกเดินเข้าไปก็เจอคนเดินสวนออกมาบ้างปะปาย
แต่พอเดินไปได้ซัก ชั่วโมงก็เริ่มไม่เห็นมีใครเดินสวนทางออกมา ตอนนั้นก็ไม่ได้คิดอะไรนักเพราะว่าบรรยากาศในป่าสวยงามมาก ต้นไม้แปลกที่เราไม่เคยเจอรวมทั้งอากาศในป่าเย็นสบาย ลุยน้ำที่เย็นไหลผ่านทำให้เพลิดเพลินและมีแรงที่จะเดินต่อไปเรื่อยๆ
ระหว่างทางก็เดินก็ถ่ายรูปไปเรื่อย แต่พอเดินไปซักพักก็รู้สึกว่ามันชัดจะไกลไปกันใหญ่แล้วนะ เดินเท่าไหร่ก็ไม่ถึงแต่ก็ไม่เคยยอมแพ้เดินต่อไปเรื่อยๆและเรื่อย ยังไงก็อุตส่าห์เดินมานานมากโขแล้วนะ
ระหว่างการเดินทางเราไม่ได้เตรียมตัวไปเดินป่าเลยใส่รองเท้าผ้าใบ เนื่องจากต้องลุยน้ำเลยต้องถอดรองเท้าเดินแล้ว เดินฝ่าหิน ดิน ไม้เท้าก็เริ่มระบม เริ่มมีอาการเจ็บขึ้นแล้วบ้างแล้ว อากาศเริ่มหนาวขึ้น เพระเริ่มเย็น เลยดูเวลา "ตายห่าล่ะ 5 โมงเย็นล่ะ" ถ้าขืนเดินต่อกว่าจะถึงมืดแน่ๆแล้วขากลับล่ะ ต้องเดินในป่ามืดๆคนเดียวกี่ ชม.ล่ะกว่าจะเดินออกพ้นจากเขตป่าเลยตัดสินใจเดินกลับ ใช้เวลาเดินกลับมายังที่จอดจักกรยานไว้ประมาณ 1 ชม กว่า ตอนนั้นเป็นเวลา 6 โมงนิดๆ และเราคิดถูกแล้ว สภาพตอนนั้นเหมือนโดนรุมโทรมมาจริงๆร้องเท้าก็สุดจะเน่ามากว่าเดิมเลยนะ
กลับมาซื้อกางเกงขาสั้นมา 1ตัวเพราะ ยีนส์ที่เตรียมไปเปียกปอนสุดๆ แถมเอากางเกงมา ตัวเดียวด้วย เสียค่ากางเกงไป 150 จากนั้นก็อาบน้ำแล้วออกมาเดินที่ตลาดมืด ครึกครื้นดี
แถมคืนพรุ่งนี้มีงานคอนเสิร์ต เรกเก้ อินปาย ด้วยทำให้มีนักดนตรีบางกลุ่มที่เดินทางมาถึงปายก่อน มาปเดคอนเสิร์ตเล้กหาเงินให้การกุศลด้วย ยืนฟังตั้งนานแหน่ะ เพระสนุกดีมากๆ
นอกจากนี้ก็มีขายของกินอีกเยอะแยะ ก็เดินซื้อนั้นนี่กินหมดตังค์ไปเยอะพอสมควรแต่ก็ได้ลองอะไรแปลก แล้วก็กลับไปนอนล่ะ แต่ว่า คืนนี้เป็นคืนที่สองแล้ว รู้สึกว่า เริ่มเหงาๆแล้วสิเรา
กลับมาที่ห้องก็โทรหาเพื่อนคุยแต่ก็รู้สึกว่าจะไม่มีใครว่างเท่าไหร่นักแต่สุดท้ายก็ได้เอาหนังสือที่เตรียมมา ขึ้นมาอ่าน ก่อนนนอนเอาแรงหลังจากเท้าระบมกับการเดินป่า และตื่นมาจะไปไหนต่อค่อยว่ากันอีก
- o -
>>>> ติดตามตอนต่อไปครับ